
วิธีวัดรอบอก พร้อมเคล็ดลับการเลือกบราให้เข้ากับชุดราตรี
21 ตุลาคม 2025
จะใส่ ชุดราตรี ให้เป๊ะทั้งลุค หน้าอกก็สำคัญนะคะ ต้องเริ่มต้นที่ การวัดรอบอก ให้แม่นก่อนค่ะ เพราะถ้าวัดขนาดไม่ถูก ต่อให้เลือกบราดีแค่ไหน ชุดก็อาจไม่เข้าทรงได้! บทความนี้เรามีเคล็ดลับ การวัดรอบอกแบบง่าย ๆ พร้อมวิธีเลือกบราให้พอดีตัว มาฝากค่ะ รับรองใส่ชุดราตรีออกงานทั้งที สวยมั่นใจเต็ม 100 ค่ะ!
วิธีวัดขนาดรอบอก เพื่อเลือกบราให้พอดี

ก่อนจะเลือกบราหรือชุดชั้นใน สิ่งสำคัญคือการรู้ ขนาดหน้าอกของตัวเอง เพราะบราที่พอดีจะช่วยให้ชุดราตรีเข้ารูป หน้าอกทรงสวย และสวมใส่สบาย
- ใช้สายวัดวัดรอบอก
พันสายวัดรอบอกบริเวณจุดที่เต็มที่สุด โดยให้สายวัดผ่านหน้าอกทั้งสองข้าง ดึงให้แนบกับตัวแต่ไม่รัดแน่นเกินไป เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำที่สุด - วัดรอบใต้หน้าอก
พันสายวัดรอบตัวบริเวณโคนหน้าอกใต้ราวนม ให้สายวัดแนบสนิทกับผิว แต่ยังคงความสบาย จดค่าที่ได้เพื่อนำไปใช้คำนวณ - คำนวณผลต่างเพื่อนำไปเทียบคัพ
นำค่า รอบอก ลบด้วยค่า รอบใต้หน้าอก ผลต่างที่ได้จะบอกขนาดคัพ เช่น หากผลต่าง 10 ซม. → คัพ A, ผลต่าง 12 ซม. → คัพ B การคำนวณแบบนี้ช่วยให้เลือกบราที่เข้ากับรูปหน้าอกจริง ๆ และทำให้หน้าอกทรงสวยในชุดราตรี
ผลต่างของรอบอกกับรอบใต้หน้าอก จะเทียบกับคัพได้ดังนี้
- หากผลต่างประมาณ 9–11 เซนติเมตร จะเท่ากับ คัพ A
- หากผลต่างประมาณ 11.5–13.5 เซนติเมตร จะเท่ากับ คัพ B
- หากผลต่างประมาณ 14–16 เซนติเมตร จะเท่ากับ คัพ C
- หากผลต่างประมาณ 16.5–18.5 เซนติเมตร จะเท่ากับ คัพ D
- หากผลต่างประมาณ 19–21 เซนติเมตร จะเท่ากับ คัพ E
ทรงหน้าอกผู้หญิง มีกี่แบบ ?
ทรงหน้าอกผู้หญิงมี 5 แบบ การทำความเข้าใจรูปทรงหน้าอกตามภาพ จะช่วยให้สามารถเลือกฟังก์ชันของบราได้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการเน้นรูปทรง, การยกกระชับ, หรือการมอบความสบายค่ะ
1. ทรง Relaxed (ทรงผ่อนคลาย / หย่อนคล้อยเล็กน้อย)
ลักษณะ หน้าอกมีความอ่อนนุ่มและอาจมีลักษณะทิ้งตัวลงเล็กน้อย ไม่กระชับแน่น
บราที่แนะนำ
- T-Shirt Bra (บราเสื้อยืด) เหมาะกับการใส่ในชีวิตประจำวันอย่างยิ่ง เพราะให้รูปทรงที่กลมกลึงและเรียบเนียนใต้เสื้อผ้า
- Push-Up Bra / บราเสริมฟองน้ำแบบมีโครงอ่อน เพื่อช่วยยกกระชับและดันทรงให้อกดูเชิดและได้รูปสวยงามมากขึ้น
- บราไร้โครง (Wireless Bra) แบบมีคัพในตัว เน้นความสบายแต่ยังคงให้การรองรับที่ดีเยี่ยม เพื่อไม่ให้หน้าอกทิ้งตัว

2. ทรง Rounded (ทรงกลม / อิ่มเต็ม)
ลักษณะ หน้าอกมีรูปทรงกลมเต็ม ไม่ว่าจะเป็นฐานบนหรือฐานล่าง ถือเป็นทรงที่สมดุลและมีเนื้อแน่น
บราที่แนะนำ
- Full-Cup Bra (บราเต็มทรง) ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทรงนี้ เพราะช่วยโอบอุ้มรอบอกและรองรับน้ำหนักของหน้าอกได้เต็มที่ ให้ความมั่นคงสูงสุด
- Balconette Bra หากต้องการใส่เสื้อคอกว้าง บราทรงนี้จะช่วยยกทรงจากด้านล่างและโชว์เนินอกที่สวยงาม
- บราแบบไหนก็ได้ โดยพื้นฐานแล้วสาวๆ ทรงนี้สามารถใส่บราได้ทุกประเภท จะมีโครงหรือไม่มีโครงก็ได้ เพราะรูปทรงเดิมก็สวยอยู่แล้ว!

3.ทรง Fundamental (ทรงมาตรฐาน / พื้นฐาน)
ลักษณะ โดยทั่วไปหมายถึงหน้าอกที่มีขนาดกลางถึงใหญ่ มีเนื้อแน่น และต้องการการซัพพอร์ตที่ดี เพื่อรักษารูปทรง
บราที่แนะนำ
- Full-Cup Bra (บราเต็มทรง) สำหรับการซัพพอร์ตที่แข็งแรงและโอบกระชับ
- T-Shirt Bra (บราเสื้อยืด) แบบมีโครง สำหรับการใส่ในทุกวัน โดยบราควรมี ฐานทรงกว้าง และ สายบ่าที่กว้างและยืดหยุ่น เพื่อช่วยรองรับน้ำหนักและป้องกันการกดทับที่บ่า (ตามคำแนะนำสำหรับหน้าอกขนาดใหญ่)
- Plunge Bra (บราคอวีลึก) หากต้องใส่เสื้อคอลึก ก็ยังคงให้การรองรับและรูปทรงที่ดีได้

4. ทรง Athletic (ทรงนักกีฬา / แบนและกว้าง)
ลักษณะ หน้าอกมีขนาดเล็กถึงกลาง ฐานกว้าง มีเนื้อน้อย หรือมีกล้ามเนื้อหน้าอกที่แข็งแรงกว่าเนื้อไขมัน ทำให้ดูแบนและกว้าง
บราที่แนะนำ
- Bralette (บราเล็ตต์) เน้นความสบายและแฟชั่น เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการดันทรงมากนัก ทรงสามเหลี่ยม (Triangle Bra) ก็เป็นตัวเลือกที่ดี
- Push-Up Bra (บราดันทรง) เพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่มและสร้างเนินอกให้ดูอวบอิ่มขึ้น ควรเลือกแบบมีโครงหรือฟองน้ำเสริม
- Sport Bra (สปอร์ตบรา) บราที่กระชับและเน้นการซัพพอร์ต ก็เหมาะมากสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันและกิจกรรมต่าง ๆ

5. ทรง Bell (ทรงระฆัง / ลูกแพร์)
ลักษณะ หน้าอกด้านบนมีเนื้อน้อย แต่มีเนื้อด้านล่างเยอะ ทำให้มีลักษณะทิ้งตัวและอาจมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อยคล้ายรูปทรงระฆัง
บราที่แนะนำ
- Balconette Bra (บราทรงระเบียง) จะช่วย ยกและโอบอุ้มเนื้อที่ฐานล่าง ทำให้หน้าอกดูมีเนินและสวยขึ้น
- บรามีโครงทรง U-shape ทั้งทรง U ต่ำและ U สูง เพื่อช่วย ยกกระชับ หน้าอกให้ดูสูงขึ้น และทำให้ได้รูปทรงที่สวยงาม
- Full-Cup Bra (บราเต็มทรง) สำหรับวันที่ต้องการความกระชับและเก็บทรงหน้าอกทั้งหมดไม่ให้ทิ้งตัวลง

คุณสมบัติบราที่ดี เป็นอย่างไร?
คุณสมบัติบราที่ดี คือบราที่เข้ากับรูปร่างและขนาดหน้าอกของผู้สวมใส่ ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดหรือหลวมเกินไป สามารถ รองรับและยกทรงหน้าอก ให้สวยงามตามธรรมชาติ ช่วยให้ชุดราตรีหรือเสื้อผ้าที่สวมใส่เข้ารูปและทรงสวย อีกทั้งยังช่วยให้ผู้สวมใส่ มั่นใจและเคลื่อนไหวได้สะดวก
- พอดีไซซ์และคัพ บราที่ดีที่สุดควรพอดีกับรูปร่าง หน้าอกไม่หลวมเกินไปหรือรัดแน่นจนเจ็บ ทำให้ทรงหน้าอกสวยเป็นธรรมชาติ
- รองรับหน้าอกดี ควรมีโครงหรือดีไซน์ที่ช่วยยกและรองรับหน้าอก ลดการหย่อนคล้อย ทำให้ชุดราตรีเข้ารูปสวย
- สวมใส่สบาย ผ้าและโครงไม่กดทับหรือระคายผิว สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกตลอดวัน
- เข้ากับสไตล์ชุด เลือกบราตามดีไซน์ชุด เช่น เกาะอก เปิดหลัง คอวี หรือสายเดี่ยว เพื่อให้ชุดเข้ารูปและสวยที่สุด
- เสริมความมั่นใจ ใส่แล้วรู้สึกมั่นใจ หน้าอกทรงสวยทุกมุมมอง ไม่ว่าจะเดินเข้าห้องจัดงานหรือถ่ายรูป
- วัสดุคุณภาพ ผ้าระบายอากาศดี ยืดหยุ่นพอดี ทนต่อการใช้งาน ช่วยให้บราสวยนานและใส่สบาย
บรามีกี่ประเภท รู้จักแต่ละแบบ เลือกใส่ให้ถูกโอกาส
บรามี 12 ประเภท โดยไม่ได้มีแค่แบบมีโครงหรือไม่มีโครง แต่ยังมีรูปทรงและฟังก์ชันที่หลากหลายมาก เพื่อตอบโจทย์เสื้อผ้าและกิจกรรมในแต่ละวัน มาดูกันเลยว่า 12 แบบหลัก ๆ ที่คุณควรมีติดตู้เสื้อผ้ามีอะไรบ้าง

1. Bralette (บราเล็ตต์)
เน้นความสบาย ไม่เน้นโครงและฟองน้ำหนา ส่วนใหญ่มักมีดีไซน์ลูกไม้สวยงาม จึงเหมาะสำหรับใส่กับเสื้อที่โชว์ชายบรา หรือใส่แทนเสื้อครอปตัวสั้น ๆ ค่ะ
2. Sport (สปอร์ตบรา)
บราสำหรับออกกำลังกายโดยเฉพาะ มีความกระชับสูง ช่วยซัพพอร์ตทรวงอกไม่ให้เคลื่อนไหวมากเกินไปขณะออกกำลังกาย ยิ่งกิจกรรมหนักเท่าไหร่ ก็ควรเลือกสปอร์ตบราที่ซัพพอร์ตสูงเท่านั้น
3. T-Shirt (บราเสื้อยืด)
บราสามัญประจำบ้าน! ถูกออกแบบมาให้มีรูปทรงเรียบเนียน ไร้รอยต่อ และมักจะมีฟองน้ำบาง ๆ เพื่อให้ใส่ใต้เสื้อยืดหรือเสื้อเชิ้ตแล้วดูเนียน ไม่เห็นรูปทรงของตะเข็บบราค่ะ
4. Balconette (บราทรงระเบียง)
บราที่มาพร้อมคัพทรงค่อนข้างต่ำและเปิดด้านบนกว้างกว่าบราทั่วไป สายบรามักจะอยู่ห่างกัน เหมาะสำหรับเสื้อคอเปิดกว้างหรือคอปาด เพราะจะช่วยโชว์เนินอกให้ดูสวยงามโดยที่ไม่เห็นตัวบรา
5. Strapless (บราไร้สาย)
บราที่ไม่มีสายบ่า แต่จะเน้นโครงสร้างที่ด้านล่างและด้านข้างให้แข็งแรง เพื่อยึดเกาะกับลำตัว เหมาะสำหรับชุดเกาะอก ชุดราตรี หรือเสื้อเปิดไหล่
6. Maternity (บราสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์/ให้นมบุตร)
ออกแบบมาเพื่อความสบายของว่าที่คุณแม่และคุณแม่ที่ให้นมบุตร ส่วนใหญ่มักจะมีตะขอเปิดปิดบริเวณคัพได้ง่าย เพื่อความสะดวกในการให้นมลูก
7. Triangle (บราทรงสามเหลี่ยม)
คล้ายกับ Bralette แต่คัพจะมีลักษณะเป็นผ้าทรงสามเหลี่ยมชิ้นเดียว ส่วนใหญ่ไม่มีโครง เน้นดีไซน์ที่สวยงาม ใส่สบาย และดูเป็นธรรมชาติ
8. Stick On (บราปีกนก)
บราซิลิโคน หรือบราแบบมีกาวแปะสำหรับแปะที่เต้านมโดยตรง มักใช้กับเสื้อผ้าที่เปิดหลังหรือเปิดข้างลึกมาก ๆ ที่บราไร้สายก็ยังไม่สามารถอำพรางได้
9. Corset (บราทรงคอร์เซ็ท)
เป็นบราที่ยาวลงมาถึงช่วงเอว มักจะมีโครงแข็งหรือลวดหลายเส้นเพื่อช่วยในการจัดเก็บรูปร่างบริเวณหน้าท้องและเอว เหมาะสำหรับชุดที่ต้องการเน้นสัดส่วนโค้งเว้า
10. Bandeau (บราเกาะอก)
เป็นบราที่มีลักษณะเป็นแถบผ้าพันรอบหน้าอก ไม่มีโครง ไม่ค่อยเน้นการซัพพอร์ตมากนัก แต่เน้นการปกปิดและใส่สบาย เหมาะสำหรับใส่ใต้เสื้อผ้าซีทรู หรือเสื้อเปิดไหล่แบบลำลอง
11. Plunge (บราคอวีลึก)
บราที่มีคัพเว้าลงมาลึกมากเป็นรูปตัว V ตรงกลาง เหมาะสำหรับเสื้อผ้าที่คอลึกเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้เห็นขอบบราโผล่ออกมา
12. Full-Cup (บราเต็มทรง)
บราที่เน้นการปกปิดและโอบอุ้มทรวงอกให้มิดชิดที่สุด ตัวคัพจะครอบคลุมเต้านม
วิธีเลือกบราให้เข้ากับชุดราตรี
การเลือกบราที่เข้ากับชุดราตรีไม่เพียงทำให้ชุดเข้ารูป แต่ยังช่วยให้หน้าอกทรงสวย และเพิ่มความมั่นใจให้สาว ๆ ทุกมุมมอง ไม่ว่าจะเดินเข้าห้องจัดงานหรือถ่ายรูป
1. ชุดราตรีเกาะอก (Strapless)
ควรเลือก บราปีกนกหรือบราสายเล็กแบบไร้สาย เพื่อให้หน้าอกอยู่ทรงสวยและไม่ล้นออกมานอกชุด และพอดีกับรอบอกของคุณ

2. ชุดราตรีเปิดหลัง (Backless)
เหมาะกับ บราซิลิโคนแบบแปะหน้าอก หรือ บราสายใสแบบปรับได้ ช่วยให้หลังเรียบเนียน ไม่มีสายบรามารบกวนสายตา

3. ชุดราตรีคอวีลึก (Plunge)
เลือก บราครึ่งเต้าหรือ Push-up เพื่อเสริมหน้าอกให้ดูเต็มโดยไม่หลุดออกมานอกชุด

4. ชุดราตรีสายเดี่ยว (Spaghetti Strap)
เหมาะกับ บราสายเล็กปรับได้หรือสายใส ช่วยให้ชุดเรียบหรู แต่ยังมั่นใจว่าไม่เห็นสายบรา

5. ชุดราตรีเปิดไหล่ (Off-Shoulder / Bardot)
เหมาะกับ บราครึ่งเต้าหรือบราปีกนกแบบไร้สาย เพื่อให้หน้าอกทรงสวยตามรอบอก อยู่ทรงโดยไม่เห็นสายบรา และเข้ากับช่วงไหล่เปิด

6. ชุดราตรีคอปิดสูง (High Neck / Halter Neck)
เลือก บราสายหลังแบบ T-back หรือบราครึ่งเต้าแบบสายปรับได้ เพื่อรองรับหน้าอกให้พอดีรอบอก และไม่ทำให้สายบราเด่นเกินไป

7. ชุดราตรีผ้าลื่นหรือผ้าซาติน
ชุดราตรีผ้าลื่นหรือผ้าซาติน เช่น ชุดไปงานแต่ง ชุดออกงานกลางคืน ควรใส่ บราซิลิโคนแบบแปะหน้าอกหรือบราปีกนกไร้สาย เพื่อให้ชุดเข้ารูปเรียบเนียน ไม่มีรอยปูดของบรา

8. ชุดราตรีกระโปรงบาน (Ball Gown / A-Line Dress)
สามารถเลือก บราดันทรงหรือบราครึ่งเต้าแบบเสริมฟองน้ำ เพื่อให้หน้าอกทรงสวยและชุดเข้ารูปช่วงเอว

เป็นยังไงบ้างคะ ? กับ เคล็ดลับเลือกบราและวิธีวัดรอบอก ที่เราแนะนำไป หวังว่าจะช่วยให้ทุกคนเลือกบราที่ใส่กับชุดราตรีได้มั่นใจมากขึ้น ไม่ว่าจะใส่ออกงานแบบไหน ก็สวยเป๊ะ หากอยากได้ไอเดียเพิ่มเติม ลองดูบทความ รวม 20 แบบชุดราตรี มาแรง! ปี 2025 ได้เลยค่ะ รับรองว่าต้องมีลุคที่ถูกใจแน่นอน
สำหรับใครที่กำลังมองหาชุดราตรีหรือชุดเดรสสวย ๆ ที่ใส่แล้วพอดีทุกสัดส่วน Capheny มีให้เลือกหลากหลายไซซ์ ตั้งแต่รอบอก 32–43 นิ้ว ไม่ว่าจะเป็นลุคเรียบหรู ดูแพง หรือหวานละมุน ก็มีครบพร้อมให้เลือกช้อปค่ะ ✨