วิธีวัดรอบอก พร้อมเคล็ดลับการเลือกบราให้เข้ากับชุดราตรี

วิธีวัดรอบอก พร้อมเคล็ดลับการเลือกบราให้เข้ากับชุดราตรี

Table Of Contents

จะใส่ ชุดราตรี ให้เป๊ะทั้งลุค หน้าอกก็สำคัญนะคะ ต้องเริ่มต้นที่ การวัดรอบอก ให้แม่นก่อนค่ะ เพราะถ้าวัดขนาดไม่ถูก ต่อให้เลือกบราดีแค่ไหน ชุดก็อาจไม่เข้าทรงได้! บทความนี้เรามีเคล็ดลับ การวัดรอบอกแบบง่าย ๆ พร้อมวิธีเลือกบราให้พอดีตัว มาฝากค่ะ รับรองใส่ชุดราตรีออกงานทั้งที สวยมั่นใจเต็ม 100 ค่ะ!

วิธีวัดขนาดรอบอก เพื่อเลือกบราให้พอดี

เดรสสายเดี่ยวสีทอง–สีเบจ พร้อมเสื้อคลุมผ้าตาข่าย

ก่อนจะเลือกบราหรือชุดชั้นใน สิ่งสำคัญคือการรู้ ขนาดหน้าอกของตัวเอง เพราะบราที่พอดีจะช่วยให้ชุดราตรีเข้ารูป หน้าอกทรงสวย และสวมใส่สบาย

  1. ใช้สายวัดวัดรอบอก
    พันสายวัดรอบอกบริเวณจุดที่เต็มที่สุด โดยให้สายวัดผ่านหน้าอกทั้งสองข้าง ดึงให้แนบกับตัวแต่ไม่รัดแน่นเกินไป เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำที่สุด
  2. วัดรอบใต้หน้าอก
    พันสายวัดรอบตัวบริเวณโคนหน้าอกใต้ราวนม ให้สายวัดแนบสนิทกับผิว แต่ยังคงความสบาย จดค่าที่ได้เพื่อนำไปใช้คำนวณ
  3. คำนวณผลต่างเพื่อนำไปเทียบคัพ
    นำค่า รอบอก ลบด้วยค่า รอบใต้หน้าอก ผลต่างที่ได้จะบอกขนาดคัพ เช่น หากผลต่าง 10 ซม. → คัพ A, ผลต่าง 12 ซม. → คัพ B การคำนวณแบบนี้ช่วยให้เลือกบราที่เข้ากับรูปหน้าอกจริง ๆ และทำให้หน้าอกทรงสวยในชุดราตรี

ผลต่างของรอบอกกับรอบใต้หน้าอก จะเทียบกับคัพได้ดังนี้

  • หากผลต่างประมาณ 9–11 เซนติเมตร จะเท่ากับ คัพ A
  • หากผลต่างประมาณ 11.5–13.5 เซนติเมตร จะเท่ากับ คัพ B
  • หากผลต่างประมาณ 14–16 เซนติเมตร จะเท่ากับ คัพ C
  • หากผลต่างประมาณ 16.5–18.5 เซนติเมตร จะเท่ากับ คัพ D
  • หากผลต่างประมาณ 19–21 เซนติเมตร จะเท่ากับ คัพ E

ทรงหน้าอกผู้หญิง มีกี่แบบ ?

ทรงหน้าอกผู้หญิงมี 5 แบบ การทำความเข้าใจรูปทรงหน้าอกตามภาพ จะช่วยให้สามารถเลือกฟังก์ชันของบราได้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการเน้นรูปทรง, การยกกระชับ, หรือการมอบความสบายค่ะ

1. ทรง Relaxed (ทรงผ่อนคลาย / หย่อนคล้อยเล็กน้อย)

ลักษณะ หน้าอกมีความอ่อนนุ่มและอาจมีลักษณะทิ้งตัวลงเล็กน้อย ไม่กระชับแน่น

บราที่แนะนำ

  • T-Shirt Bra (บราเสื้อยืด) เหมาะกับการใส่ในชีวิตประจำวันอย่างยิ่ง เพราะให้รูปทรงที่กลมกลึงและเรียบเนียนใต้เสื้อผ้า
  • Push-Up Bra / บราเสริมฟองน้ำแบบมีโครงอ่อน เพื่อช่วยยกกระชับและดันทรงให้อกดูเชิดและได้รูปสวยงามมากขึ้น
  • บราไร้โครง (Wireless Bra) แบบมีคัพในตัว เน้นความสบายแต่ยังคงให้การรองรับที่ดีเยี่ยม เพื่อไม่ให้หน้าอกทิ้งตัว
เดรสสายเดี่ยวสีทอง–สีเบจ พร้อมเสื้อคลุมผ้าตาข่าย

2. ทรง Rounded (ทรงกลม / อิ่มเต็ม)

ลักษณะ หน้าอกมีรูปทรงกลมเต็ม ไม่ว่าจะเป็นฐานบนหรือฐานล่าง ถือเป็นทรงที่สมดุลและมีเนื้อแน่น

บราที่แนะนำ

  • Full-Cup Bra (บราเต็มทรง) ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทรงนี้ เพราะช่วยโอบอุ้มรอบอกและรองรับน้ำหนักของหน้าอกได้เต็มที่ ให้ความมั่นคงสูงสุด
  • Balconette Bra หากต้องการใส่เสื้อคอกว้าง บราทรงนี้จะช่วยยกทรงจากด้านล่างและโชว์เนินอกที่สวยงาม
  • บราแบบไหนก็ได้ โดยพื้นฐานแล้วสาวๆ ทรงนี้สามารถใส่บราได้ทุกประเภท จะมีโครงหรือไม่มีโครงก็ได้ เพราะรูปทรงเดิมก็สวยอยู่แล้ว!
เดรสสายเดี่ยวสีทอง–สีเบจ พร้อมเสื้อคลุมผ้าตาข่าย

3.ทรง Fundamental (ทรงมาตรฐาน / พื้นฐาน)

ลักษณะ โดยทั่วไปหมายถึงหน้าอกที่มีขนาดกลางถึงใหญ่ มีเนื้อแน่น และต้องการการซัพพอร์ตที่ดี เพื่อรักษารูปทรง

บราที่แนะนำ

  • Full-Cup Bra (บราเต็มทรง) สำหรับการซัพพอร์ตที่แข็งแรงและโอบกระชับ
  • T-Shirt Bra (บราเสื้อยืด) แบบมีโครง สำหรับการใส่ในทุกวัน โดยบราควรมี ฐานทรงกว้าง และ สายบ่าที่กว้างและยืดหยุ่น เพื่อช่วยรองรับน้ำหนักและป้องกันการกดทับที่บ่า (ตามคำแนะนำสำหรับหน้าอกขนาดใหญ่)
  • Plunge Bra (บราคอวีลึก) หากต้องใส่เสื้อคอลึก ก็ยังคงให้การรองรับและรูปทรงที่ดีได้
เดรสสายเดี่ยวสีทอง–สีเบจ พร้อมเสื้อคลุมผ้าตาข่าย

4. ทรง Athletic (ทรงนักกีฬา / แบนและกว้าง)

ลักษณะ หน้าอกมีขนาดเล็กถึงกลาง ฐานกว้าง มีเนื้อน้อย หรือมีกล้ามเนื้อหน้าอกที่แข็งแรงกว่าเนื้อไขมัน ทำให้ดูแบนและกว้าง

บราที่แนะนำ

  • Bralette (บราเล็ตต์) เน้นความสบายและแฟชั่น เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการดันทรงมากนัก ทรงสามเหลี่ยม (Triangle Bra) ก็เป็นตัวเลือกที่ดี
  • Push-Up Bra (บราดันทรง) เพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่มและสร้างเนินอกให้ดูอวบอิ่มขึ้น ควรเลือกแบบมีโครงหรือฟองน้ำเสริม
  • Sport Bra (สปอร์ตบรา) บราที่กระชับและเน้นการซัพพอร์ต ก็เหมาะมากสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันและกิจกรรมต่าง ๆ
เดรสสายเดี่ยวสีทอง–สีเบจ พร้อมเสื้อคลุมผ้าตาข่าย

5. ทรง Bell (ทรงระฆัง / ลูกแพร์)

ลักษณะ หน้าอกด้านบนมีเนื้อน้อย แต่มีเนื้อด้านล่างเยอะ ทำให้มีลักษณะทิ้งตัวและอาจมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อยคล้ายรูปทรงระฆัง

บราที่แนะนำ

  • Balconette Bra (บราทรงระเบียง) จะช่วย ยกและโอบอุ้มเนื้อที่ฐานล่าง ทำให้หน้าอกดูมีเนินและสวยขึ้น
  • บรามีโครงทรง U-shape ทั้งทรง U ต่ำและ U สูง เพื่อช่วย ยกกระชับ หน้าอกให้ดูสูงขึ้น และทำให้ได้รูปทรงที่สวยงาม
  • Full-Cup Bra (บราเต็มทรง) สำหรับวันที่ต้องการความกระชับและเก็บทรงหน้าอกทั้งหมดไม่ให้ทิ้งตัวลง
เดรสสายเดี่ยวสีทอง–สีเบจ พร้อมเสื้อคลุมผ้าตาข่าย

คุณสมบัติบราที่ดี เป็นอย่างไร?

คุณสมบัติบราที่ดี คือบราที่เข้ากับรูปร่างและขนาดหน้าอกของผู้สวมใส่ ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดหรือหลวมเกินไป สามารถ รองรับและยกทรงหน้าอก ให้สวยงามตามธรรมชาติ ช่วยให้ชุดราตรีหรือเสื้อผ้าที่สวมใส่เข้ารูปและทรงสวย อีกทั้งยังช่วยให้ผู้สวมใส่ มั่นใจและเคลื่อนไหวได้สะดวก

  • พอดีไซซ์และคัพ บราที่ดีที่สุดควรพอดีกับรูปร่าง หน้าอกไม่หลวมเกินไปหรือรัดแน่นจนเจ็บ ทำให้ทรงหน้าอกสวยเป็นธรรมชาติ
  • รองรับหน้าอกดี ควรมีโครงหรือดีไซน์ที่ช่วยยกและรองรับหน้าอก ลดการหย่อนคล้อย ทำให้ชุดราตรีเข้ารูปสวย
  • สวมใส่สบาย ผ้าและโครงไม่กดทับหรือระคายผิว สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกตลอดวัน
  • เข้ากับสไตล์ชุด เลือกบราตามดีไซน์ชุด เช่น เกาะอก เปิดหลัง คอวี หรือสายเดี่ยว เพื่อให้ชุดเข้ารูปและสวยที่สุด
  • เสริมความมั่นใจ ใส่แล้วรู้สึกมั่นใจ หน้าอกทรงสวยทุกมุมมอง ไม่ว่าจะเดินเข้าห้องจัดงานหรือถ่ายรูป
  • วัสดุคุณภาพ ผ้าระบายอากาศดี ยืดหยุ่นพอดี ทนต่อการใช้งาน ช่วยให้บราสวยนานและใส่สบาย

บรามีกี่ประเภท รู้จักแต่ละแบบ เลือกใส่ให้ถูกโอกาส

บรามี 12 ประเภท โดยไม่ได้มีแค่แบบมีโครงหรือไม่มีโครง แต่ยังมีรูปทรงและฟังก์ชันที่หลากหลายมาก เพื่อตอบโจทย์เสื้อผ้าและกิจกรรมในแต่ละวัน มาดูกันเลยว่า 12 แบบหลัก ๆ ที่คุณควรมีติดตู้เสื้อผ้ามีอะไรบ้าง

เดรสสายเดี่ยวสีทอง–สีเบจ พร้อมเสื้อคลุมผ้าตาข่าย

1. Bralette (บราเล็ตต์)

เน้นความสบาย ไม่เน้นโครงและฟองน้ำหนา ส่วนใหญ่มักมีดีไซน์ลูกไม้สวยงาม จึงเหมาะสำหรับใส่กับเสื้อที่โชว์ชายบรา หรือใส่แทนเสื้อครอปตัวสั้น ๆ ค่ะ

2. Sport (สปอร์ตบรา)
บราสำหรับออกกำลังกายโดยเฉพาะ มีความกระชับสูง ช่วยซัพพอร์ตทรวงอกไม่ให้เคลื่อนไหวมากเกินไปขณะออกกำลังกาย ยิ่งกิจกรรมหนักเท่าไหร่ ก็ควรเลือกสปอร์ตบราที่ซัพพอร์ตสูงเท่านั้น

3. T-Shirt (บราเสื้อยืด)
บราสามัญประจำบ้าน! ถูกออกแบบมาให้มีรูปทรงเรียบเนียน ไร้รอยต่อ และมักจะมีฟองน้ำบาง ๆ เพื่อให้ใส่ใต้เสื้อยืดหรือเสื้อเชิ้ตแล้วดูเนียน ไม่เห็นรูปทรงของตะเข็บบราค่ะ

4. Balconette (บราทรงระเบียง)
บราที่มาพร้อมคัพทรงค่อนข้างต่ำและเปิดด้านบนกว้างกว่าบราทั่วไป สายบรามักจะอยู่ห่างกัน เหมาะสำหรับเสื้อคอเปิดกว้างหรือคอปาด เพราะจะช่วยโชว์เนินอกให้ดูสวยงามโดยที่ไม่เห็นตัวบรา

5. Strapless (บราไร้สาย)
บราที่ไม่มีสายบ่า แต่จะเน้นโครงสร้างที่ด้านล่างและด้านข้างให้แข็งแรง เพื่อยึดเกาะกับลำตัว เหมาะสำหรับชุดเกาะอก ชุดราตรี หรือเสื้อเปิดไหล่

6. Maternity (บราสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์/ให้นมบุตร)
ออกแบบมาเพื่อความสบายของว่าที่คุณแม่และคุณแม่ที่ให้นมบุตร ส่วนใหญ่มักจะมีตะขอเปิดปิดบริเวณคัพได้ง่าย เพื่อความสะดวกในการให้นมลูก

7. Triangle (บราทรงสามเหลี่ยม)
คล้ายกับ Bralette แต่คัพจะมีลักษณะเป็นผ้าทรงสามเหลี่ยมชิ้นเดียว ส่วนใหญ่ไม่มีโครง เน้นดีไซน์ที่สวยงาม ใส่สบาย และดูเป็นธรรมชาติ

8. Stick On (บราปีกนก)
บราซิลิโคน หรือบราแบบมีกาวแปะสำหรับแปะที่เต้านมโดยตรง มักใช้กับเสื้อผ้าที่เปิดหลังหรือเปิดข้างลึกมาก ๆ ที่บราไร้สายก็ยังไม่สามารถอำพรางได้

9. Corset (บราทรงคอร์เซ็ท)
เป็นบราที่ยาวลงมาถึงช่วงเอว มักจะมีโครงแข็งหรือลวดหลายเส้นเพื่อช่วยในการจัดเก็บรูปร่างบริเวณหน้าท้องและเอว เหมาะสำหรับชุดที่ต้องการเน้นสัดส่วนโค้งเว้า

10. Bandeau (บราเกาะอก)
เป็นบราที่มีลักษณะเป็นแถบผ้าพันรอบหน้าอก ไม่มีโครง ไม่ค่อยเน้นการซัพพอร์ตมากนัก แต่เน้นการปกปิดและใส่สบาย เหมาะสำหรับใส่ใต้เสื้อผ้าซีทรู หรือเสื้อเปิดไหล่แบบลำลอง

11. Plunge (บราคอวีลึก)
บราที่มีคัพเว้าลงมาลึกมากเป็นรูปตัว V ตรงกลาง เหมาะสำหรับเสื้อผ้าที่คอลึกเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้เห็นขอบบราโผล่ออกมา

12. Full-Cup (บราเต็มทรง)
บราที่เน้นการปกปิดและโอบอุ้มทรวงอกให้มิดชิดที่สุด ตัวคัพจะครอบคลุมเต้านม

วิธีเลือกบราให้เข้ากับชุดราตรี

การเลือกบราที่เข้ากับชุดราตรีไม่เพียงทำให้ชุดเข้ารูป แต่ยังช่วยให้หน้าอกทรงสวย และเพิ่มความมั่นใจให้สาว ๆ ทุกมุมมอง ไม่ว่าจะเดินเข้าห้องจัดงานหรือถ่ายรูป

1. ชุดราตรีเกาะอก (Strapless)

ควรเลือก บราปีกนกหรือบราสายเล็กแบบไร้สาย เพื่อให้หน้าอกอยู่ทรงสวยและไม่ล้นออกมานอกชุด และพอดีกับรอบอกของคุณ

เดรสสายเดี่ยวสีทอง–สีเบจ พร้อมเสื้อคลุมผ้าตาข่าย

2. ชุดราตรีเปิดหลัง (Backless)

เหมาะกับ บราซิลิโคนแบบแปะหน้าอก หรือ บราสายใสแบบปรับได้ ช่วยให้หลังเรียบเนียน ไม่มีสายบรามารบกวนสายตา

เดรสสายเดี่ยวสีทอง–สีเบจ พร้อมเสื้อคลุมผ้าตาข่าย

3. ชุดราตรีคอวีลึก (Plunge)

เลือก บราครึ่งเต้าหรือ Push-up เพื่อเสริมหน้าอกให้ดูเต็มโดยไม่หลุดออกมานอกชุด

เดรสสายเดี่ยวสีทอง–สีเบจ พร้อมเสื้อคลุมผ้าตาข่าย

4. ชุดราตรีสายเดี่ยว (Spaghetti Strap)

เหมาะกับ บราสายเล็กปรับได้หรือสายใส ช่วยให้ชุดเรียบหรู แต่ยังมั่นใจว่าไม่เห็นสายบรา

เดรสสายเดี่ยวสีทอง–สีเบจ พร้อมเสื้อคลุมผ้าตาข่าย

5. ชุดราตรีเปิดไหล่ (Off-Shoulder / Bardot)

เหมาะกับ บราครึ่งเต้าหรือบราปีกนกแบบไร้สาย เพื่อให้หน้าอกทรงสวยตามรอบอก อยู่ทรงโดยไม่เห็นสายบรา และเข้ากับช่วงไหล่เปิด

เดรสสายเดี่ยวสีทอง–สีเบจ พร้อมเสื้อคลุมผ้าตาข่าย

6. ชุดราตรีคอปิดสูง (High Neck / Halter Neck)

เลือก บราสายหลังแบบ T-back หรือบราครึ่งเต้าแบบสายปรับได้ เพื่อรองรับหน้าอกให้พอดีรอบอก และไม่ทำให้สายบราเด่นเกินไป

เดรสสายเดี่ยวสีทอง–สีเบจ พร้อมเสื้อคลุมผ้าตาข่าย

7. ชุดราตรีผ้าลื่นหรือผ้าซาติน

ชุดราตรีผ้าลื่นหรือผ้าซาติน เช่น ชุดไปงานแต่ง ชุดออกงานกลางคืน ควรใส่ บราซิลิโคนแบบแปะหน้าอกหรือบราปีกนกไร้สาย เพื่อให้ชุดเข้ารูปเรียบเนียน ไม่มีรอยปูดของบรา

เดรสสายเดี่ยวสีทอง–สีเบจ พร้อมเสื้อคลุมผ้าตาข่าย

8. ชุดราตรีกระโปรงบาน (Ball Gown / A-Line Dress)

สามารถเลือก บราดันทรงหรือบราครึ่งเต้าแบบเสริมฟองน้ำ เพื่อให้หน้าอกทรงสวยและชุดเข้ารูปช่วงเอว

เดรสสายเดี่ยวสีทอง–สีเบจ พร้อมเสื้อคลุมผ้าตาข่าย

เป็นยังไงบ้างคะ ? กับ เคล็ดลับเลือกบราและวิธีวัดรอบอก ที่เราแนะนำไป หวังว่าจะช่วยให้ทุกคนเลือกบราที่ใส่กับชุดราตรีได้มั่นใจมากขึ้น ไม่ว่าจะใส่ออกงานแบบไหน ก็สวยเป๊ะ หากอยากได้ไอเดียเพิ่มเติม ลองดูบทความ รวม 20 แบบชุดราตรี มาแรง! ปี 2025 ได้เลยค่ะ รับรองว่าต้องมีลุคที่ถูกใจแน่นอน

สำหรับใครที่กำลังมองหาชุดราตรีหรือชุดเดรสสวย ๆ ที่ใส่แล้วพอดีทุกสัดส่วน Capheny มีให้เลือกหลากหลายไซซ์ ตั้งแต่รอบอก 32–43 นิ้ว ไม่ว่าจะเป็นลุคเรียบหรู ดูแพง หรือหวานละมุน ก็มีครบพร้อมให้เลือกช้อปค่ะ ✨