ชุดราตรี มีกี่แบบ ? เลือกยังไงให้เหมาะกับแต่ละโอกาส

ชุดราตรี มีกี่แบบ ? เลือกยังไงให้เหมาะกับแต่ละโอกาส

ชุดราตรี ถือเป็นไอเท็มเด็ดที่ช่วยให้สาว ๆ เปล่งประกายเวลาออกงาน การเลือกชุดราตรีจึงไม่ใช่แค่เรื่องสีหรือเนื้อผ้าเท่านั้น แต่รวมถึงทรงและดีไซน์ด้วย วันนี้เลยอยากมาแชร์ให้สาว ๆ ที่กำลังเลือกชุดไปออกงานว่า จริง ๆ แล้ว ชุดราตรีมีกี่แบบ และจะเลือกยังไงให้เหมาะกับแต่ละโอกาส ไม่ว่าจะไปงานแต่ง งานกาลา หรือดินเนอร์กลางคืน ไปดูกันเลยค่ะ ✨

ชุดราตรีมีกี่แบบ ?

โดยทั่วไปแล้ว ชุดราตรีมี 9 แบบ ขึ้นอยู่กับความยาว ดีไซน์ และโอกาสในการสวมใส่ ที่พบได้บ่อยเวลาเลือกชุดออกงานกลางคืน มีดังนี้ค่ะ

ประเภทของชุดราตรี

ชุดราตรีประเภทนี้จะมีลักษณะ ยาวจรดข้อเท้า หรือยาวลากพื้น ไม่ว่าจะเป็นทรงเข้ารูป ทรงบาน หรือเมอร์เมดก็ตาม จุดเด่นคือให้ความรู้สึกหรูหรา เป็นทางการ เหมาะกับงานช่วงเย็นหรืองานที่ต้องการความสง่างามเป็นพิเศษ
ตัวอย่าง เดรสยาวเปิดไหล่ เดรสคอวีลึก เดรสทรงเมอร์เมด

ชุดราตรียาวคล้องคอสีฟ้าหม่น

ภาพจาก mintranch

เดรสที่ความยาวอยู่ระดับเข่าหรือเหนือเข่าเล็กน้อย มีความคล่องตัว ใส่ง่าย และปรับลุคให้ดูสดใส ทันสมัย เหมาะกับงานเลี้ยง งานสังสรรค์ที่ไม่เป็นทางการมาก เช่น งานแต่งงานกลางวัน หรืองานค็อกเทล
ตัวอย่าง เดรสสั้นแขนกุด เดรสสายเดี่ยว เดรสเปิดไหล่

ชุดเดรสสั้นสีชมพูพีชเปิดไหล่

ภาพจาก punpun_sutatta

3. ชุดราตรีเปิดไหล่ (Off-Shoulder Dress)

เป็นชุกที่มีลักษณะเว้าไหล่โชว์ช่วงคอและไหปลาร้า ให้ลุคหวานปนเซ็กซี่ เหมาะกับคนที่อยากเผยผิว มักมาพร้อมดีไซน์พริ้ว หรือเข้ารูปเพื่อเน้นสัดส่วน
ตัวอย่าง เดรสเปิดไหล่ทรงเข้ารูป เดรสเปิดไหล่ผ้าพริ้ว

ชุดเดรสยาวเปิดไหล่สีม่วง

ภาพจาก taewaew_natapohn

4. ชุดราตรีเกาะอก (Strapless Dress)

เป็นชุดที่ไม่มีสายคล้องไหล่ เน้นโชว์ช่วงไหล่ หน้าอก และต้นแขน ดูมีความหวานปนเซ็กซี่ ใส่คู่สร้อยก็ยิ่งปัง เหมาะสำหรับงานแต่ง งานกลางคืน หรืองานแฟนซี
ตัวอย่าง เดรสเกาะอกทรงบอลกาวน์ เดรสเกาะอกซาติน

ชุดเดรสยาวเปิดไหล่สีม่วง

ภาพจาก capheny

5. ชุดราตรีแขนยาว (Long Sleeve Gown)

ชุดที่มีแขนยาวคลุมทั้งแขน เพิ่มความเรียบร้อย เหมาะสำหรับงานที่ต้องการลุคสุภาพหรือจัดในสถานที่ที่อากาศเย็น ดีไซน์ที่นิยม เช่น แขนลูกไม้ แขนซีทรู หรือแขนผ้าเรียบ

ตัวอย่าง เดรสลูกไม้แขนยาว เดรสชีฟองทรงเข้ารูป

ชุดราตรีแขนยาวสีขาว

ภาพจาก capheny

6. ชุดราตรีทรงเมอร์เมด (Mermaid Dress)

จุดเด่นของทรงนี้คือรัดรูปแนบลำตัวตั้งแต่ช่วงอก เอว ไปจนถึงต้นขา แล้วค่อย ๆ บานช่วงปลายคล้ายหางนางเงือก ช่วยเน้นรูปร่างและส่วนเว้าโค้ง เหมาะกับผู้หญิงที่มีเอวชัดหรือรูปร่างนาฬิกาทราย
ตัวอย่าง เดรสเมอร์เมดผ้าซาติน เดรสเมอร์เมดปักเลื่อม

ชุดราตรีทรงเมอร์เมด (Mermaid Dress)

ภาพจาก pinterest

7. ชุดราตรีทรงบอลกาวน์ (Ball Gown)

เดรสทรงเจ้าหญิงที่กระโปรงบานใหญ่จากเอวลงมา มักมีเลเยอร์หลายชั้นหรือใช้ผ้าพองฟู ให้ลุคอลังการและสง่างาม เหมาะกับงานหรูระดับกาล่า งานเจ้าสาว หรือธีมแฟนตาซี
ตัวอย่าง เดรสบอลกาวน์ลูกไม้ เดรสผ้าโปร่งเลเยอร์หลายชั้น

ชุดราตรีทรงบอลกาวน์ (Ball Gown)

ภาพจาก pinterest

8. ชุดราตรีทรง A-Line (A-Line Dress)

ชุดเข้ารูปช่วงบน แล้วค่อย ๆ บานออกเป็นรูปตัว A ตั้งแต่ช่วงเอวลงมา ช่วยพรางสะโพกและขับรูปร่างให้ดูสมส่วน เหมาะมากสำหรับคนที่อยาก เลือกชุดให้เหมาะกับรูปร่าง หรืออยากได้ลุคเรียบร้อยแต่ยังดูมีทรวดทรง
ตัวอย่าง เดรสลูกไม้ A-Line เดรสพิมพ์ลายเรียบหรู

ชุดราตรีทรง A-Line (A-Line Dress) สีแดง

ภาพจาก pinterest

9. ชุดราตรีผ่าข้าง (Side-Slit Dress)

จุดเด่นของชุดนี้คือ รอยผ่าตรงกระโปรงด้านข้าง ที่อาจอยู่ระดับเข่า กลางต้นขา ขึ้นอยู่กับดีไซน์ ช่วยเพิ่มความพลิ้ว เซ็กซี่ และเคลื่อนไหวสะดวก ถ่ายรูปออกมาขาดูยาว หุ่นดูเพรียวขึ้น
ตัวอย่าง เดรสซาตินผ่าข้าง เดรสชีฟองผ่าข้างสูง

ชุดราตรีผ่าข้าง (Side-Slit Dress)

ภาพจาก pinterest

วิธีเลือกชุดราตรีให้เหมาะกับแต่ละโอกาส

เวลาจะเลือกชุดราตรีไปออกงาน ไม่ดูเพียงเรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงหลายอย่าง ทั้งประเภทของงาน สถานที่จัดงาน ไปจนถึงโทนสีของชุด มาดูเคล็ดลับเลือกชุดราตรีไปงานต่าง ๆ ให้เป๊ะกันเลยค่ะ

ประเภทของงาน

  •  งานที่เป็นทางการ เช่น งานแต่ง งานกาลา งานรางวัล แนะนำเป็นชุดราตรียาว ชุดผ้าไหม ชุดลูกไม้ หรือแบบที่มีดีเทลหรู ๆ อย่างเปิดไหล่ เปิดหลัง หรือชุดดำคลาสสิก
  • งานที่ไม่เป็นทางการ เช่น งานเลี้ยงบริษัท งานวันเกิด งานรวมญาติ
  • เลือกชุดเดรสสั้น ค็อกเทลเดรสดีไซน์เก๋ ๆ ที่ดูสุภาพแต่ยังมีสไตล์
  • งานแต่งงาน (ไปเป็นแขก) เดรสยาวสีสุภาพ หรือเดรสสั้นที่ดูน่ารัก เรียบร้อย
  • งานพรอม / งานโรงเรียน จะใส่เดรสสั้น หรือชุดราตรีทรงบอลกาวน์แบบเจ้าหญิงก็ปัง

สถานที่จัดงาน

  • ในร่ม เช่น โรงแรม หอประชุม ควรเลือกชุดราตรียาวหรูหรา หรือเดรสสั้นที่ดีไซน์เรียบหรู
  • กลางแจ้ง เช่น สวน ชายหาด ให้เลือกชุดเดรสพริ้ว ๆ ผ้าบางเบา ระบายอากาศได้ดี หรือเดรสสั้นที่คล่องตัว

โทนสี

  • สีดำ ใส่ได้ทุกโอกาส โดยเฉพาะงานที่เป็นทางการ เช่น งานกาล่า หรืองานเลี้ยงแบบทางการ
  • สีเข้ม ช่วยพรางรูปร่าง เหมาะกับงานที่ต้องการความสุภาพ เช่น งานสัมมนา งานเลี้ยงบริษัท หรือปาร์ตี้กลางคืน
  • สีสดใส เหมาะกับงานที่ไม่เป็นทางการ เช่น งานเลี้ยงสังสรรค์กับเพื่อน งานปาร์ตี้กลางวัน หรือกิจกรรมสนุก ๆ
  • สีเมทัลลิก เหมาะกับงานกลางคืนหรูหรา หรือปาร์ตี้ที่เน้นความโดดเด่น เช่น งานปาร์ตี้ค็อกเทล งานเลี้ยงบริษัทช่วงกลางคืน

ชุดราตรี แต่ละแบบก็มีเสน่ห์และสไตล์เฉพาะตัว ลองเลือกแบบที่ตรงกับความชอบของสาว ๆ และเหมาะกับโอกาสที่ไป ไม่ว่าจะเป็นลุคหวาน เรียบหรู หรือแอบแซ่บแบบมีคลาส แค่ใส่แล้วมั่นใจ ยังไงก็สวยแน่นอนค่ะ